ฅนเล่าเรื่อง
ช่างร้ายเหลือ
หัวใจนางช่างร้าย เหลือเกิน แม่เอย

หลอกล่อให้ชายเดิน บ่วงแร้ว

ติดกับสับจนเพลิน คายเขี่ย

หนีห่างนางหายแจ้ว บอกฟ้าลาดิน



“ทอมๆแวร์ยูโกลาสไนท์ ไอเลิฟเมืองไท ไอไลท์พัฒพงค์”

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้น..

หมาบ้า: สวัสดีครับ

น้องคนหนึ่ง: สวัสดีครับพี่..พี่จำผมได้ไหม ผมไอ้ป๊อกไง..พี่จำผมไหมครับ

หมาบ้า: นึกๆคิดๆ ..ออจำได้แล้ว.. ไอ้น้องป๊อก หัวเถิก นึกได้ตรงที่หัวมันเถิก

นี่แหล่ะ ผมคิดในใจ

หมาบ้า: แล้ววันนี้ลมละเมออะไรหอมพัดพามาล่ะนี่..ถึงได้โทรหาพี่

ไอ้ป๊อก: ลมคิดถึงมั้งพี่..แฮะๆๆ อยากให้พี่เขียนบทกวีให้หน่อย

หมาบ้า: ให้หน่อย บุษกร หรือหน่อยไหนวะ..หน่อยบุษเขามีสามีแล้ว

ไอ้ป๊อก: โหพี่..ยอกย้อนชะ..ผมจะเล่าให้ฟัง

หมาบ้า: และแล้วผมก็ถือโทรศัพท์ฟังมันเล่าเรื่องราวต่างๆ เป็นชั่วโมง



ก็ไม่พ้นเรื่องราวของความรักอีกตามเคยครับท่าน ..ไอ้ป๊อกไปหลงรักหญิงสาว

คนหนึ่งที่อยู่อเมริกา ..พูดคุยคบหากันได้หลายปีดีดัก..ส่วนสาวเจ้าก็เออ ออ

ห่อหมกด้วย เป็นความรักที่หวานชื่นอีกคู่หนึ่ง หล่อนมีการศึกษาดี แต่ไอ้ป๊อก

เด็กบ้านนอกคอกนา เรียกจบแล้วเข้ามาทำงานในเมืองกรุง ดินแดนที่ทุกคนใฝ่ฝัน

อยากจะมาอยู่

คงจะเป็นความอ้างว้างของหล่อน ที่ความเหงาเข้ามาเกาะกินหัวใจ ยามห่างเหิน

สามีอันเป็นสุดที่รัก หล่อนกลับมาเมืองไทย ไปทานอาหารแห่งหนึ่ง และที่นั่น

ทำให้หล่อนและไอ้ป๊อกได้รู้จักกัน พูดคุยกันถูกคอ..สืบสานสัมพันธ์กันมาตั้ง

แต่บัดนั้น..จนกลายเป็นความรัก..อืม..ความรัก ที่อีกฝ่ายหนึ่งนั้นมีสามีอยู่แล้ว

ณ ตอนนั้นไอ้ป๊อกคงไม่รู้..และสาวเจ้าคงปิดเป็นความลับ..หลายปี ในที่สุดด้วย

ความบังเอิญ..ไม่รู้ว่าใจไอ้ป๊อกคิดยังไงเขากลับไปนั่งทานอาหารที่ร้านเดิม ร้านที่

พบรักครั้งแรก..ให้ตาย..ไอ้ป๊อกอุทานเมื่อเปิดประตูเข้าไป...ภาพที่เขาเห็นกลับเป็น

หญิงสาวที่เขารัก..กอดจูบฝรั่งชายวัยกลางคน คนหนึ่ง..ไอ้ป๊อกจะหันหลังกลับ

แต่ขาเจ้ากรรมมันทำไมยกไม่ขึ้น..หล่อนหันมาเจอพอดี แล้ว ทำท่า งงๆ

ฝรั่งวัยกลางคน..ก็คงคิดว่าไอ้ป๊อกเป็นแขกมาทานอาหาร เขาเลยเชื้อเชิญให้มานั่ง

ที่โต๊ะต้อนรับเป็นอย่างดี

ไอ้ป๊อก..ต้องนั่งทำใจอยู่นาน มือไม้เย็นจนถึงขั้นเข้าสู่จุดเยือกแข็ง เหม่อมองเมนู

อาหาร..จนกระทั่งหล่อนเข้ามาทักทาย ตามมารยา..มารยาด

พร้อมกับยื่นเมนูอีกเล่มให้เขา..เขารับมาปิดดูทั้งๆที่เขาก็ดูเมนูอีกเล่มก่อนแล้ว

มีข้อความในแผ่นกระดาษเล็กๆ เขียนข้อความว่า..

อ้ป๊อก..ต้องนั่งทำใจอยู่นาน มือไม้เย็นจนถึงขั้นเข้าสู่จุดเยือกแข็ง เหม่อมองเมนู

อาหาร..จนกระทั่งหล่อนเข้ามาทักทาย ตามมารยา..มารยาด

พร้อมกับยื่นเมนูอีกเล่มให้เขา..เขารับมาปิดดูทั้งๆที่เขาก็ดูเมนูอีกเล่มก่อนแล้ว

มีข้อความในแผ่นกระดาษเล็กๆ เขียนข้อความว่า”ขอโทษนะเรื่องที่ผ่านมา”

หกปีกับข้อความเดียว”ช่างร้ายเหลือ”

นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา..ไอ้ป๊อกก็ซึมเศร้า ไม่ยอมไปทำงานและไม่พูดจากับใคร

อีกเลย..เดือนร้อนพ่อแม่ต้องลงมายังเมืองกรุง เอาตัวไอ้ป๊อกไปรักษาอยู่หลายเดือน

จนเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา..



“ทอมๆแวร์ยูโกลาสไนท์ ไอเลิฟเมืองไท ไอไลท์พัฒพงค์”

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครา..ปลายสายเป็นเสียงของไอ้ป๊อกนั่นเอง

ไอ้ป๊อก:สวัสดีครับพี่..แล้วเรื่องที่ผมรบกวนพี่เสร็จยังครับ..อิอิ..ผมไม่ได้โทรมาทวง

แต่นี้มันนานเป็นเดือนนะพี่

หมาบ้า:ยังว่ะ..เป็นคำตอบที่ผมสวนกลับไป

ไอ้ป๊อก:แฮะๆพี่ครับต้องใช้เวลานานเท่าใด

หมาบ้า:แหม ของอย่างนี้ต้องมีอารมณ์ร่วมโว้ย..ถึงจะแต่งได้..ศิลปะกับอารมณ์มันต้อง

ไปด้วยกันมันถึงจะออกมาดี ขอเวลาอีกหน่อย



นี่ก็ปาเข้าไปเดือนที่สองแล้ว ผมยังไม่มีอารมณ์ร่วมที่จะแต่งบทกวีให้ไอ้ป๊อกมันเลย

ไอ้ป๊อกก็ไม่ได้โทรมาทวงแต่อย่างไร..หรือว่ามันลืมไปแล้ว

ค่ำคืนนี้ท่าทางเหงาๆใจพิกล..สงสัยอารมณ์เริ่มเข้าสิงแล้ว หยิบปากกาขึ้นมากขีดเขียน

คงจะดี เผื่อไอ้ป๊อกมันโทรมาทวง..



“หัวใจนางช่างร้าย เหลือเกิน แม่เอย

หลอกล่อให้ชายเดิน บ่วงแร้ว

ติดกับสับจนเพลิน คายเขี่ย

หนีห่างนางหายแจ้ว บอกฟ้าลาดิน”



“น้องนาง แน่งนางใน.. ผดเผื่อใจ เพื่อได้ สิ่งใดหนอ

ปดปล่อย ให้ใคร น้ำตาคลอ ยืนเฝ้ารอ ณ ปากทาง

นรก ฤๅสวรรค์ ใครผันผ่าน มาพบพาน ทางสาย ที่เปลี่ยวร้าง

กรรมอันใด มิอาจเอ่ย มาเกยอ้าง รักมาจาง เพราะนาง นั้นเผลอใจ

มาแบ่งรัก ให้กับฉัน นั่นใดฤๅ ขบคิด บ่แตกฮือ ฤๅอันใด

น้องนาง ช่างร้ายเหลือ ผดเผื่อได้ รักพราก แล้วจากไป ใยต้องทิ้ง ให้ระทม..”



นี่ก็ผ่านไปอีกเดือนไม่มีเสียงโทรศัพท์ของไอ้ป๊อกเลย..ผมว่ามันคงลืมไปแล้ว

เบอร์ที่มันเคยโทรมาก็ติดต่อไม่ได้..เวนกรรมจริงๆ..

พอดีวันนี้ผมได้มีโอกาสลงเมืองกรุง..นึกในใจว่าจะไปนั่งทานอาหารที่ร้านไอ้ป๊อก

พบรักสักครา..

นี่ก็ผ่านไปอีกเดือนไม่มีเสียงโทรศัพท์ของไอ้ป๊อกเลย..ผมว่ามันคงลืมไปแล้ว

เบอร์ที่มันเคยโทรมาก็ติดต่อไม่ได้..เวนกรรมจริงๆ..

พอดีวันนี้ผมได้มีโอกาสลงเมืองกรุง..นึกในใจว่าจะไปนั่งทานอาหารที่ร้านไอ้ป๊อก

พบรักสักครา.. เผื่อจะได้พบนางในดวงใจของไอ้ป๊อกบ้าง..จะได้รู้ว่าทำไม ไอ้ป๊อก

ถึงได้รักนักหนา..

แสงสีเมืองกรุงนี่มันช่างยั่วยวนทำให้ผู้คนหลงใหลไม่ใช่น้อยเหมือนกัน..นานๆได้ลงมาสักที

อะไรมันก็เปลี่ยนแปลงไปหมด..แล้วผมจะหาร้านอาหารนั้นเจอไหมนี่..คงไม่เกินความสามารถ

หรอกเนาะ..

ไม่นานผมก็มายืนอยู่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง..หรูหร่าไม่เบา ..ผมสำรวจตัวเอง การแต่งตัวก็ใช้

ได้ มือหนึ่งลูบคลำเงินในกระเป๋าก็พอมีไม่กี่ปึกเอง..ผมมองไปที่ชื่อร้าน ใช่จริงๆด้วยครับ..อืม

ผมก้าวเดินเข้า..ด้วยความเขินอายเล็กน้อย..ก็ชาตินี้ทั้งชาติไม่เคยเข้าร้านอาหารแบบนี้เลยนี่..

บริกรเข้ามาต้อนรับพาไปยังโต๊ะที่ว่าง..

ไม่นานนักมีหญิงสาวคนหนึ่ง..ยื่นเมนูอาหารมาให้ผม..ให้ตายสิ ผมอุทานในลำคอ ทำไมสวย

งามราวนางฟ้าอย่างนี้ฟะ..เธอยิ้มให้ มันช่างบาดหัวใจเหลือเกิน

ผมสั่งอาหารด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ..พระเจ้าช่างปั้นแต่งเสียจริงๆ

น้องบริกรร้านอาหารเล่าให้ผมฟังว่า..หล่อนคือเจ้าของร้านนี้พึ่งกลับมาจากอเมริกาไม่นานมานี่เอง



ขบคิด บ่แตกฮือ หรือเจ้าคือ นางมายา

นรก..ส่งเจ้ามา หรือนางฟ้า..ตกสวรรค์

ชายใดสบตาจ้อง เหมือนมนต้องหัวใจพลัน

มนมายาบทไหนกัน เจ้าเสกสรรมาปั้นแต่ง

ทำเอาใจฉันเคลิ้ม เพิ่มเติมเชื้อไฟแรง

ศรรักก็เริ่มแผลง สำแดงฤทธิ์..มนมายา



ไอ้ป๊อกเอ๋ย..สมแล้วที่เองเป็นแบบนี้เพราะ..ตัวผมเองยังต้องมนเสน่ห์ของหล่อนเลย..นี่กระมังที่

โบราณเขาเรียกว่า..นางฟ้าเดินดิน



ตาเหลือกลงเกือกดิน เกือบจะสิ้นเพราะนางฟ้า

งดงามละลานตา ไอ้ป๊อกบ้า..ข้าเข้าใจ

หลงเสน่ห์เธอเข้าแล้ว คงไม่แคล้ว ช้ำฤทัย

หันหน้า..เดินจากไป ขอตัดไฟ..แต่ต้นลม



อิจฉาไอ้ฝรั่งตาน้ำข้าวเสียเหลือเกิน

ในขณะที่หัวใจตกอยู่ในภวัง..เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

“ทอมๆแวร์ยูโกลาสไนท์ ไอเลิฟเมืองไท ไอไลท์พัฒพงค์..”

ผมปล่อยให้เสียงโทรศัพท์ดังจนจบเพลง..โดยที่ผมไม่ได้รับแต่อย่างใด..



สุดปลายทาง ณ ห้วงมหรรณพ
Copyright © 2012 ฅนเล่าเรื่อง. all rights reserved.